วันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2554

ความเป็นมาของชื่อ ล้อเกวียน สตูดิโอ

                เกิดจากการได้อ่าน เรื่อง วัฏฏะเป็นสิ่งที่รู้ได้ยาก ของ หลวงตามหาบัว  ญาณสัมปันโน ซึ่งได้เทศน์อบรมพระ ณ วัดป่าบ้านตาด เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๐๖ ซึ่งมีบทหนึ่งว่า วัฏฏะ ก็คือความหมุนเวียนแห่งกรรมดีกรรมชั่วในตัวของแต่ละสัตว์และบุคคลนั่นเอง เพื่อเตือนให้ผู้นั้นรู้สึกเรื่องของตัว แล้วจะมีโอกาสหาทางแก้ไขให้เรื่องยุ่งเหยิงของวัฏฏะภายในใจมีเวลาสิ้นสุดลง
         
              ซึ่ง อีกเรื่องคือ  เหมือนกับใจคล้ายกับจิต ได้รวบรวมคำอุปมาของ หลวงพ่อชา สุภัทโท กล่าวไว้ว่าวัฏฏะก็เหมือนกับล้อเกวียน โคลากเกวียนไป ล้อเกวียนมันไม่ยาว ถ้าโคตัวนั้นมันลากไปไม่หยุด รอยเกวียนมันก็ทับรอยโคไปไม่หยุด มันกลมแต่ว่ามันยาว จะว่ามันยาวก็ได้ แต่ว่ามันกลม เราเห็นความกลมเช่นนี้ ก็ไม่เห็นความยาว ในวงเกวียนอันนั้นเมื่อโคลากไปไม่หยุด ล้อเกวียนก็หมุนไปไม่หยุด อีกวันหนึ่ง โคมันหยุด มันเหนื่อย สลัดแอกออกไปเสีย โคไปโค เกวียนไปเกวียน ล้อเกวียนก็หยุดเอง ทิ้งอยู่นาน พอนานไปมันก็เป็นธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ ถมทับเป็นดินหญ้าอย่างเดิม คนทำกรรมก็เหมือนกัน 
มันไม่จบเรื่อง คนพูดความจริงก็ไม่จบ คนมิจฉาทิฏฐิก็ไม่จบ....

                ทางทีมงานเลยเห็นว่า มนุษย์เราก็เป็นสัตว์ ไม่ต่างจากวัวหรือควายเทียมเกวียน ที่ลากเกวียนไปไหนก็มีล้อเกวียนคอยขับเคลื่อน มนุษย์จะดำเนินชีวิตไปทางไหนก็ต้องนำวัฏฏะติดตามไปด้วย ทำให้ทีมงานเห็นว่าหากเราไม่ดูถูกผู้อื่น ไม่ดูถูกงาน ดำเนินงานไปด้วยความซื่อสัตย์สุจริต แม้หนทางจะลำบาก ทุลักทุเล เต็มไปด้วยโคลนตม สิ่งที่ล้อเกวียนที่ติดตามเราแบกรับไปก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดีงาม หากเป็นสินค้าก็เป็นสินค้าที่ควรค่ายิ่งแห่งการมีราคา จึงเป็นที่มาของ ล้อเกวียนสตูดิโอ ซึ่งล้อเกวียนก็เปรียบเสมือนเครื่องเตือนสติของเราให้ตระหนักถึงวัฏฏะ ให้ทำงานที่ดีมีคุณภาพ ไม่เอาเปรียบลูกค้า มีกลิ่นอายของอารยธรรม ไม่ทำร้ายสังคม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น